วันที่ 1 ตุลาคม 2557 มีความสำคัญกับเราในการทำงานอีก1วัน เนื่องจากเป็นวันครบรอบ 6 ปีในการทำงานที่กลุ่มบริษัทอเด็คโก้ประเทศไทย ฟังดูยิ่งใหญ่มากทีเดียว

ตั้งแต่เราก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 จนถึงบัดนี้ในการทำงานที่นี่ เวลาที่หลาย ๆ คนถามว่า ทำงานที่อเด็คโก้มากี่ปีแล้ว  ทุกคนจะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า โอ้โห! ทำไมทำงานที่นี่นานจัง อาจเพราะคนรอบข้างในสายงานของเรา ไม่ว่าจะเป็นสายไอที หรือ สาย Digital Marketing หากทำงานในองค์กรไหนนานเกิน 3 ปี ช่างเป็นเคสที่หายาก เพื่อนบางคนเปลี่ยนงานรายปีก็มี แต่ในความรู้สึกของเรา การจะเปลี่ยนแปลงองค์กรใดองค์กรหนึ่ง ทั้งในแง่ของกลยุทธ์ การวางแผน การลงมือทำ การบริหารทีมงาน  การเป็นที่ยอมรับของเพื่อนร่วมงาน การทำงานต่าง ๆ ให้ประสบความสำเร็จเพื่อให้สอดรับกับวิสัยทัศน์และพันธกิจของบริษัท มันอาจต้องอาศัยเวลายาวนานกว่านั้น โดยเฉพาะหากอยู่ในสายงานพัฒนาsystem ทำระบบเสร็จอย่างเดียวคงไม่พอ ความสำเร็จยังอยู่ที่การยอมรับของuserด้วยซึ่งไม่ใช่เรื่องงาย ต้องมีการปรับตัวซึ่งกันและกันตลอดเวลา

ในที่สุดก็ถึงวันนี้ ทำงานที่ Adecco ครบ 6 ปีแล้วจ้า
ในที่สุดก็ถึงวันนี้ ทำงานที่ Adecco ครบ 6 ปีแล้วจ้า

ในส่วนเพื่อนๆรอบข้าง มักจะถามเราว่า อยู่ Adecco ทำงานอะไร เป็นRecruiterหรือเปล่า อยากฝากประวัติ อยากให้ช่วยหางานให้หน่อย สิ่งที่เราตอบก็คือ เราทำงานอยู่หน่วยงานกลาง เป็นหน่วยหลังบ้านทำหน้าที่พัฒนาระบบและแอพพลิเคชั่นต่างๆ รวมทั้งงานด้าน Digital Marketing เพื่อสนับสนุนงานของหน่วยงานหน้าด่านก็คือ Consultant/Recruiter อเด็คโก้สาขาต่าง ๆ ที่ต้องคอยดูแล Candidate และ ลูกค้า ทำงานเป็น Partner กับสาขาอย่างใกล้ชิด ดังนั้น เพื่อน ๆ สามารถฝากประวัติมาได้เลย เดี๋ยวส่งต่อให้ สบายมาก 🙂

เล่ามาถึงตรงนี้เลยเลยอยากแชร์ 36 ข้อคิดที่ได้จากการทำงานตลอด 6 ปีที่ผ่านมาที่Adecco  อาจจะเป็นประโยชน์เพื่อน ๆ บ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งกว่าจะได้ข้อคิดต่าง ๆ เหล่านี้ ก็ต้องขอขอบคุณหัวหน้างาน เพื่อนร่วมงาน เพื่อน ๆ ที่น่ารักทุกคน ไปจนถึงครอบครัว ที่ทำให้เราได้คิด และ คิดได้ … มาเริ่มกันเลยค่ะ

1.จงทำตัวเป็นน้ำไม่เต็มแก้วอยู่ตลอดเวลา เพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ

2.การจะก้าวหน้าในอนาคตการทำงานสายบริหาร สิ่งสำคัญคือ การเปิดรับงาน Ad-hoc (งานแทรก) และบริหารจัดการมันได้อย่างราบรื่น

3.โลกธุรกิจย่อมมีการเปลี่ยนแปลงเสมอ อาจเปลี่ยนแปลงระดับวินาที นาที ชั่วโมง วัน เดือน ปี สิ่งสำคัญคือ Change Management และการจะบริหารการเปลี่ยนแปลงได้ สิ่งที่ต้องมีอันดับแรกคือ Sense of Urgency นั่นคือ ต้องรู้ตัวก่อนว่า ถ้าเรายังอยู่จุดเดิม ไม่เปลี่ยนเดี๋ยวนี้ตอนนี้จะเกิดผลกระทบอะไรบ้าง

4.การเรียนรู้โปรไฟล์ คุณลักษณะของเพื่อนร่วมงานแต่ละคน เข้าใจ และยอมรับ จะทำให้การทำงานราบรื่น เพราะแต่ละคนไม่มีถูก ไม่มีผิด

5.นิสัยคนเราฝึกได้ และการจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเกิดจากการทำซ้ำอย่างต่อเนื่องเกิน 21 วัน ดังนั้น ถ้าพฤติกรรมไหนที่เรารู้สึกว่าอยากเปลี่ยนมาก ให้ลงมือเปลี่ยนแปลงตัวเองเลย

6.จงเป็นคนที่ยืดหยุ่นกับผู้อื่น แต่มีวินัยกับตัวเอง ใคร ๆ ก็อยากอยู่ใกล้กับคนที่ใจดี แบ่งรับแบ่งสู้ ในขณะเดียวกันสิ่งใดที่รับปากไว้กับตัวเองหรือกับผู้อื่นก็จงมุ่งมั่น ทำให้เกิดขึ้นให้ได้

7.อย่าคิดอย่างเดียว มีไอเดียอะไรดี ๆ ลองนำเสนอให้ทีมงานฟัง จะได้ทำต่อหรือต้องพับโครงการ ก็ถือว่าได้พูดในสิ่งที่คิด อย่าไปเสียใจ Sometimes “later” becomes “never”

8.จงเคารพเวลาของผู้อื่นเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะบางงานที่ทุกคนต้องทำงานต่อกันเป็นทอด ๆ เราช้า 1 ชั่วโมง แปลว่า คนต่อไปต้องรอเรา 1 ชั่วโมง

9.การจัดลำดับความสำคัญในการทำงานให้ถูกต้อง หรือรู้จักหลักการทำงานแบบญี่ปุ่นที่ว่า “ในขณะที่เครื่องจักรกำลังทำงานอยู่ เราอย่ารออยู่เฉย ๆ จะมีเวลาช่วงหนึ่งที่เราสามารถทำงานสิ่งอื่นระหว่างการรอได้” การทำงานลักษณะนี้จะช่วยให้งานเสร็จไว

10.หัวหน้างานที่ดี ต้องกระจายงานเป็น และเชื่อมั่นทีมงานว่าสามารถทำงานคุณภาพได้ อย่าคิดว่าถ้าทีมไม่ทำ ทีมทำไม่ได้ เราเอางานมาทำเองคนเดียวก็ได้

11.ฉลองกับทีมงานในทุก ๆ ความสำเร็จ แม้จะเป็นก้าวเล็กๆ แต่ก็ต้องทำให้ทีมมีส่วนร่วมภูมิใจด้วย

12.มีทัศนคติเชิงบวก คิดเสมอว่า เรามีส่วนช่วยขับเคลื่อนให้องค์กรประสบความสำเร็จ แม้จะเป็นฟันเฟืองเล็ก ๆ แต่จงมีความภาคภูมิใจที่ยิ่งใหญ่

13.ประชุมให้มีประสิทธิภาพ ด้วยการสุมหัวในห้อง และได้ข้อสรุปในห้อง อย่านำออกมานอกห้องและหาข้อสรุปไม่ได้

14.ปัญหาสำคัญที่สุดในการทำงาน คือ การสื่อสารที่ผิดพลาด ดังนั้นเราควรระวังคำพูดและการสื่อสารให้มาก รวมทั้งพยายามหาวิธีการสื่อสารแบบเข้าใจโปรไฟล์เพื่อนร่วมงานว่าเขาเป็นแบบนี้ ควรจะสื่อสารอย่างไร พูดอย่างไร

15.อย่าหยุดคิด จงคิดข้ามไป1stepเสมอว่าทำแบบนี้แล้ว Step ถัดไปจะเห็นอะไรบ้าง ยิ่งใหญ่แค่ไหน สำเร็จอย่างไร เพื่อมองเห็นภาพความสำเร็จที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

16.รู้จักทำงานโดยอาศัย Work on strength ของเพื่อนร่วมงาน เพราะไม่มีใครเก่งไปทุกสิ่ง Perfectไปทุกอย่าง ถ้าเราดึงความสามารถเด่น ๆ ของแต่ละคนมาใช้ให้เกิดประโยชน์ งานจะต้องดีมากแน่ ๆ

17.ตัด Ego ออกไปในการทำงาน แต่จงทำงานแบบ Eco สร้างพันธมิตร ไม่สร้างศัตรู และ ฉันไม่ได้เก่งไปทุกเรื่อง

18.สุขภาพเป็นสิ่งสำคัญ จงแบ่งเวลาในการบริหารงานให้ดีเป็นที่ยอมรับและบริหารสุขภาพตนเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ ออกกำลังกาย ตรวจสุขภาพเป็นประจำ

19.ความรับผิดชอบ คือ เมื่อรับชอบแล้ว จงรู้จักรับผิดด้วย เมื่อทีมงานทำงานผิดพลาด อย่าไปสืบหาคนผิด แต่หาวิธีแก้ไขโดยเร็วที่สุด

20.ไม่ว่าจะทำงานส่วนไหน Marketing Mind หรือหัวใจนักการตลาดเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องมี จะต้องคิดตลอดเวลาว่าทำยังไงที่งานของเราจะมีส่วนช่วยสร้างผลกำไรให้บริษัท

21.ทุกคนอยากทำงานกับคนที่ Active และมีความสุขในการทำงาน ดังนั้นแม้คุณจะเป็นคนที่มีบุคลิกส่วนตัวเฉื่อยชา นิ่งๆ เรื่อยๆ แต่8ชั่วโมงการทำงานขอให้ Active เข้าไว้ เอ้า เฮ..

22.ขอบคุณทุกคนที่ช่วยเหลือ ขอโทษที่ทำผิด และ ให้อภัยในทุกกรณีไม่มีติดค้าง

23.การเข้า-ออกงาน เปรียบเหมือน บุญ กับ บาป ที่ หักล้างกันไม่ได้ ดังนั้นแม้คุณจะเลิกงานดึกแค่ไหน ตื่นเช้ามาก็ต้องมาทำงานตรงเวลาตามกฏระเบียบบริษัท เป็นเรื่องที่สมควรทำ โดยเฉพาะใครที่มีทีมงานที่ต้องดูแล ก็ควรทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี

24.ใช้ Smart Phone ให้เป็นประโยชน์ เดี๋ยวนี้ประชุมงานผ่าน Line กันแล้ว อย่ายึดติดว่าต้องเปิดคอมทำงาน

25.ติในที่ลับ ชมในที่แจ้ง เวลาที่ลูกน้องทำผิด ให้คุยดีๆแบบส่วนตัว เวลาที่ลูกน้องทำดี ให้ชื่นชมดังๆต่อหน้าทุกคน ใช้Social Mediaในการประกาศก้องให้โลกรู้ไปเลย

26.ในวันที่ทำงานไม่ราบรื่น เกิดความเข้าใจผิดกับเพื่อนร่วมงาน หากเรามั่นใจนเจตนาที่ดี เวลาจะช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้นตามลำดับ

27.ภาษาอังกฤษสำคัญมากในโลกการทำงานยุคปัจจุบัน ฝึกเข้าไว้ ฟัง พูด อ่าน เขียน ได้ประโยชน์แน่นอน (ตอนนี้พยายามฝึกฟังภาษาอังกฤษหลาย ๆ สำเนียงอยู่จากเพื่อนร่วมงานหลายสัญชาติ สนุกไปอีกแบบ)

28.ความสุขในการทำงาน คือ ตื่นเช้ามาไม่มีความรู้สึกว่า เฮ่อ ต้องเดินทางไปทำงานอีกแล้วเหรอเนี่ย เพลียจัง ถ้าใครมีความรู้สึกแบบนี้อยู่ จะเข้าขั้นป่วยทางใจ รีบหาทางออกโดยด่วนที่ทำให้รู้สึกดีขึ้น

29.อย่ารู้เฉพาะในเนื้องานของตัวเองเท่านั้น จงฝึกปรือความชอบ ความถนัดที่2,3,4 หรืออะไรก็ได้ที่ Cross Function และพยายามนำมาปรับใช้ในการทำงาน

30.Multi tasking vs Single tasking พฤติกรรมการทำงานสมัยนี้อาจจำเป็นต้องใช้ทักษะการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน เช่น ตอบเมล ขณะที่โทรศัพท์เข้ามา อีกประเดี๋ยวก็ต้องทำอย่างอื่น แต่บางงาน เช่นประชุม เราก็ควรใช้ทักษะ Single tasking ปิดมือถือ ไม่ถือคอมพิวเตอร์เข้าไปประชุม เพราะจะทำให้สมาธิหลุด

31.ถ้าไม่มีKPIและความท้าทายใหม่ๆ ก็ไม่สนุกสิ ดังนั้น พยายามตั้งเป้าและพยายามไปให้ถึงเป้าอยู่เสมอ ถ้าวิธีการที่ 1 ไม่ได้ผล หรือได้ผลช้า ก็ลองเปลี่ยนวิธีการเป็น 2,3,4 หรือทำคู่ขนานกันไปหลาย ๆ วิธี

32.จงยกบ้านมาไว้ที่ที่ทำงาน สร้างเสียงหัวเราะ หาอะไรกินอร่อยๆกับทีมงาน คุยกับเพื่อนร่วมงานนอกเรื่องบ้างเพื่อสร้างสีสันและความสุข ในขณะเดียวกันจงอย่ายกที่ทำงานกลับไปไว้ที่บ้าน กลับถึงบ้านก็พักผ่อน อะไรที่เป็นความทุกข์ในที่ทำงานก็วางลงซะ แล้วพรุ่งนี้ค่อยเริ่มแก้ไขปัญหากันใหม่

33.ถ้าคิดว่า งานที่เราทำปัจจุบันนี้เกิดประโยชน์แก่ใครบ้าง เกิดประโยชน์แก่องค์กรอย่างไรบ้าง แล้วถ้าคิดไปไกลหน่อย เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติอย่างไรบ้าง ให้ลองคิดดูดี ๆ แค่คิดก็มีพลังในการทำงานแล้ว

34.คิดเสมอตลอดเวลาว่าพวกเราคือ Brand Ambassador ขององค์กร เวลาจะโพสต์ข้อมูลอะไรลง Social Media จะต้องคำนึงถึงผลกระทบที่ตามมาถึงองค์กรด้วย อะไรเป็นความลับ อะไรควรพูด อะไรไม่ควรพูด

35.เวลาทำงาน อย่าคิดแค่ว่า ฉันจะทำยังไงให้งาน”เสร็จ” ขอให้คิดเพิ่มว่า ฉันจะทำยังไงให้งาน”สำเร็จ”

36.เกิด มีอยู่ดับไป เป็นสัจธรรมที่ต้องตั้งรับอยู่เสมอ ไม่ว่าจะโลกชีวิต หรือ โลกการทำงาน

จริง ๆ แล้วถ้าจะให้เล่าข้อคิดที่ได้ในการทำงานก็คงจะบรรยายไม่หมด ไว้ถ้าได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ จะมาเล่าให้ฟังเรื่อย ๆ นะคะสำหรับย่างก้าวสู่ปีที่ 7 ในการทำงานที่นี่

ขอให้ทุกคนมีความสุขในการทำงาน เบิกบานในการใช้ชิวิต ^__^